Posted in: สุขภาพ การดูแลตัวเอง ลดความอ้วน

โรคภูมิแพ้ กับอาการสุดรำคาญใจที่ผู้ป่วยมักจะต้องเจอ

พอเข้าสู่ฤดูฝนคนที่เป็น ภูมิแพ้ หลายๆ คนก็เริ่มใช้ชีวิตลำบากมากขึ้น ทั้งผื่นคัน ไอจาม คัดจมูกหายใจไม่ออก พอผ่านฤดูฝนไปเข้าสู่ฤดูหนาวก็อาการเดิม ยิ่งเย็นยิ่งหายใจไม่ออก พอฤดูร้อนนึกว่าจะสบาย ดันแพ้เหงื่อตัวเองเสียอย่างนั้น เพราะอย่างนั้นโรคภูมิแพ้จึงเป็นโรคที่ทำให้ใช้ชีวิตลำบากมากขึ้น แถมยังต้องระวังอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะเต็มไปหมด สาเหตุเกิดจากการที่ร่างกายของเรานั้นมีปฏิกิริยาออกมาตอบโต้กับสารหรือสิ่งที่ก่อให้เกิด ภูมิแพ้ ต่าง ๆ นั่นเอง

อาการจาก โรคภูมิแพ้ และสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเจ้าปัญหา

โรคภูมิแพ้สามารถแบ่งสาเหตุได้เป็น 2 แบบนั่นคือพันธุกรรมที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และสิ่งแวดล้อมที่ก่อให้เกิดอาการแพ้อย่างฝุ่น ควัน ขนสัตว์ เหงื่อตัวเอง อาหาร ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถเกิดจากความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ เศร้าเสียใจ วิตกกังวล การเปลี่ยนแปลงของอากาศ การติดเชื้อ ส่วนอาการนั้นมีตั้งแต่คันในตาเหมือนมีฝุ่นเข้าตา ตาแดง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย คันคอ จาม ไอ หายใจติดขัด คัดจมูก มีผื่นคัน บวมแดง เป็นลมพิษ บางรายอาจมีอาการไม่มาก นั่งพักหรือทานยาก็หายดี แต่ในรายที่เป็นหนักควรรีบพาส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษา โดยเฉพาะการแพ้อาหารที่ส่งผลถึงขั้นเสียชีวิต หากท่านยังไม่ทราบว่าตัวเองแพ้อะไรบ้างสามารถตรงจสอบได้ด้วยวิธีการสะกิดหรือฉีดสารก่อภูมิแพ้เข้าไปใต้ผิวหนังแล้วรอประมาณ 20 นาทีเพื่อดูว่าร่างกายทำปฏิกิริยากับสารตัวไหนบ้าง ทำได้ง่าย ราคาไม่แพง ช่วยให้รู้และระวังตัวได้ว่าเราแพ้อะไรบ้าง

รักษาและป้องกันตัวเองให้ถูกวิธีเพื่อชีวิตที่สบายขึ้นของคนเป็นโรคภูมิแพ้

หากผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มีอาการที่ตา ควรหยอดยาแก้แพ้ที่ตาทันทีเพื่อลดอาการระคายเคือง หลังจากนั้นจึงรับประทานยาแก้แพ้อย่างยาต้านฮิสทามีน หากมีอาการที่จมูกเช่นจาม น้ำมูกไหล คัดจมูก สามารถใช้ยาพ่นจมูกเพื่อให้จมูกโล่งและหายใจสะดวกมากขึ้น และรับประทานยาแก้แพ้ หากมีอาการที่คอ เช่น ไอ คันคอ ควรพ่นยาแก้ไอเพื่อให้สบายคอ หรืออมยาแก้ไอเพื่อให้ชุ่มคอมากขึ้น พร้อมรับประทาน ยาแก้ไอและยาแก้แพ้ หากมีอาการที่ระบบทางเดินอาหารควรรับประทานยาแก้แพ้พร้อมยาแก้คลื่นไส้อาเจียน หากมีอาการท้องเสียงควรรับประทานยาแก้ท้องเสียร่วมด้วย สุดท้ายคืออาการแพ้ที่ผิวหนัง ควรทายาแก้แพ้และรับประทานยาแก้แพ้ หากอาการไม่ดีขึ้นควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อทำการรักษาให้ทันก่อนจะเป็นอันตรายถึงชีวิต